โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้ ตำนานโค้ชผู้เคยพา เชลซี พิชิตยูฟ่า สมัยค้าแข้งเป็นนักเตะ

ถ้าพูดถึงยอดกุนซือที่เป็นระดับตำนานหลายคนที่เคยมากุมบังเหียน เชลซี ก็มีอยู่หลายคน ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์และถ้วยแชมป์มากมายให้กับสโมสร ไม่ว่าจะเป็นโชเซ่ มูรินโญ่, คาร์โล อันเชล็อตติ หรือจะเป็นอันโตนิโอ คอนเต้ หรือจะเป็นโทมัส ทูเคิ่ล แต่กุนซือคนที่สร้างความทรงจำเอาไว้ แม้จะไม่ใช่ยอดกุนซือ แต่เขาก็พาเชลซีคว้าแชมป์ยูซีแอล สมัยแรก มาได้ นั่นก็คือ โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้

โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้

เส้นทางอาชีพการค้าแข้งของ โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้

มาย้อนดูกันว่าโรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้ กุนซือม้ามืดที่เคยพาเชลซีเถลิงบัลลังก์แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกส์ ได้นั้น เขาเองก็เคยเป็นนักเตะของ เชลซี เช่นกัน โดยดิเมเตโอ เขาเกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ปี 1970 ทำให้ปัจจุบันเขามีอายุ 51 ปี โดยเจ้าตัวแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2002 หรือประมาณ 20 ปีที่แล้ว

ถือว่าเป็นนักเตะที่แขวนสตั๊ดไวพอสมควร ตั้งแต่อายุประมาณ 30 ต้นๆ เท่านั้น ทำให้เขาเริ่มต้นอาชีพกุนซืออย่างรวดเร็ว โดยตัวเขาเกิดที่เมือง ชาฟฮัวเซ่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้เจ้าตัวมี 2 สัญชาติทั้งสวิตเซอร์แลนด์เองและอิตาลี

โดยในสมัยที่เขาเป็นนักเตะเยาวชน เขาเริ่มเล่นกับทีมในลีกสวิตเซอร์แลนด์ กับเอฟซี ชาฟฮัวเซ่น ก่อนจะได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1988 จากนั้นก็ย้ายไปสู่ยอดทีมของประเทศในปี 1991

อย่างเอฟซี ซูริค แต่เพียงฤดกาลเดียว ก็ย้ายไปเล่นกับเอฟซี อารัว และปีต่อมา ก็ได้ย้ายไปเล่นยังลีกนอกประเทศ ในศึกกัลโช่ เซเรียอา กับลาซิโอ้ เขาอยู่ที่นี่อยู่นาน 3 ฤดูกาล ทีมอย่างเชลซี ก็มาดึงตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 5.5 ล้านยูโร และสโมสรเชลซีนี้ ก็เป็นทีมที่เขาเล่นให้นานที่สุด และเขาก็แขวนสตั๊ดที่นี่

โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้

ความสำเร็จของโรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้

แม้ว่าโรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ้ เขาจะไม่ได้อยู่ในยุคที่ เชลซี สร้างทีมใหม่ ในยุคของเสี่ยหมี โรมัน อับราโมวิช แต่เขาก็ประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร เพราะเขาสามารถเป็นแชมป์กับเชลซี ได้หลายถ้วย

เป็นเอฟเอคัพ 2 สมัย ลีกคัพ 1 สมัย ยูโรป้าโพคาล 1 สมัย ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย คอมมูนนิตี้ชิลด์ 1 สมัย

พร้อมกับได้แชมป์ลีกสวิตเซอร์แลนด์ 1 สมัยกับเอฟซี อาร์เราว์ ถือได้ว่าเขาก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมาก แต่ก็มีเส้นทางอาชีพที่น่าจดจำ เชื่อว่าแฟนฟุตบอลเชลซี จะจดจำเขาไว้อย่างแน่นอน

อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่ >>> http://www.kopaonikopen.org/

About the Author

You may also like these